การดูแลสุขภาพของตนเองอย่างต่อเนื่องตั้งแต่วัยรุ่น วัยทำงาน วัยสูงอายุ มีความสำคัญมาก
ขณะนี้พบว่าชาวโลกรวมทั้งชาวไทยมีอายุยืนยาว กว่าเดิม คือปี พ.ศ.๒๕๓๘ ประเทศไทยมีผู้สูงอายุ ร้อยละ ๘.๑ อีก ๑๐ ปีต่อมาคือ พ.ศ.๒๕๔๘ มีผู้สูงอายุร้อยละ ๑๐.๑๗ และประเมินว่าปี พ.ศ.๒๕๕๓ จะมีผู้สูงอายุร้อยละ ๑๑.๓๖ ขณะนี้ ร้อยละ ๒๐ ของผู้สูงอายุอยู่คนเดียว ที่สำคัญร้อยละ ๘๐ ของผู้สูงอายุต้องทำงานเพื่อตนเองหรือครอบครัว อีก ๑๕ ปี (พ.ศ.๒๕๖๕) ผู้สูงอายุจะมีจำนวนมาก กว่าผู้ที่มีอายุต่ำกว่า ๑๕ ปี
ประเด็นมีอยู่ว่า ถ้ามีผู้สูงอายุมากกว่ากลุ่มวัยทำงานจะมีปัญหาแก่สังคม เพราะคนกลุ่มน้อยจะต้องรับภาระดูแลคนกลุ่มใหญ่
อายุยืนขึ้น อตราตายลดลง
ประชาชนอายุยืนยาวขึ้นเพราะความก้าวหน้าทาง การแพทย์ เช่น ผู้หญิงมีอายุเฉลี่ย ๗๓ ปี ผู้ชาย ๗๑ ปี และมีแนวโน้มจะมีอายุยืนยาวขึ้น แต่อัตราการเกิดลดลงเนื่องมาจากการคุมกำเนิด เด็กวัยรุ่นขณะนี้มีโอกาสอายุยืนถึง ๘๐ กว่าปี
ประเด็นมีอยู่ว่า ถ้ามีอายุยืนยาวถึง ๘๐-๙๐ ปี จะต้องสูงอายุอย่างมีคุณภาพ ยังสามารถเดินเหินไปไหนมาไหนด้วยตนเองได้ ยังมีความสุขกับการกินอาหาร ไปเที่ยวนอกบ้าน อาจไปตีกอล์ฟกับเพื่อนรุ่นราวคราวเดียวกัน หรือกับลูกหลานได้ ต้องไม่สูงอายุอย่างมีปัญหาทางสุขภาพ คือเดินเหินไม่ได้ ต้องมีคนช่วยเข็น พยุง หรือต้องนอนอยู่บนเตียงตลอดเวลา
ร่างกายคนเรามีเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา กล่าวคือ หลอดเลือดทั่วร่างกายจะค่อยๆ ตีบทีละเล็กละน้อย จนเมื่อมีอายุมากขึ้น เช่นเมื่ออายุ ๔๐-๕๐ ปี เป็นต้นไป หลอดเลือดอาจตีบมากถึงร้อยละ ๗๐-๘๐ ของเส้นผ่าศูนย์กลาง และหลอดเลือดที่ตีบนี้อาจปริและแตก ทำให้มีปฏิกิริยาจนเกิดการอุดตันของหลอดเลือด ซึ่งถ้าเป็นหลอดเลือดของหัวใจหรือสมองก็จะทำให้เป็นโรคหัวใจขาดเลือด อัมพฤกษ์ อัมพาตได้
นอกจากนั้น เมื่อสูงอายุขึ้น เอ็น เอ็นข้อต่อ กล้ามเนื้อ กระดูกจะค่อยๆ เสื่อมสภาพลงตั้งแต่อายุประมาณ ๓๐ ปี อัตราการเผาผลาญของร่างกายลดน้อยลง ทำให้ปริมาณและสัดส่วนไขมันในร่างกายเพิ่มขึ้น ถ้ากินอาหารมากเท่าเดิม นั่นคืออายุ ๔๐ ปี ถ้ายังกินอาหารเท่าเดิม ออกกำลังกายเท่าเดิม โดยเฉลี่ยจะมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นปีละครึ่งกิโลกรัมต่อปี
สายตา หู ฟัน เสื่อมลง ความทนต่อน้ำตาลกลูโคส ลดลง มีโอกาสเป็นเบาหวานเมื่อสูงอายุขึ้น ความดันเลือด และไขมันในเลือดจะสูงขึ้น เสี่ยงต่อกระดูกพรุน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสุภาพสตรีที่ประจำเดือนหมด กระดูกงอกบริเวณหัวกระดูกของข้อ ท้องผูก การทำงานของ ไตลดลง กินอาหารน้อยลง มวลกล้ามเนื้อและกำลังกล้ามเนื้อลดลง สมองฝ่อ หลงลืม เป็นต้น
คนไทยตายจากโรคอะไร
โรคที่ทำให้คนไทยเสียชีวิตมากที่สุด ๓ อันดับแรกที่ผลัดกันเป็นสาเหตุนำ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๓๑ จนถึงปี พ.ศ. ๒๕๕๐ ต่อประชากร ๑ แสนคน คือโรคหัวใจและหลอดเลือด อุบัติเหตุและสารเป็นพิษ โรคมะเร็ง
นอกจากนี้ โรคที่พบได้บ่อยในผู้สูงอายุคือ อัมพาต ความดันเลือดสูง ไขมันในเลือดสูง อ้วน เบาหวาน สมองเสื่อม การหกล้มและกระดูกหัก เป็นต้น
เนื่องจากโรคหัวใจและหลอดเลือดเป็นกลุ่มโรคที่ทำให้คนไทยเสียชีวิตมากที่สุดเป็นอันดับต้นๆ จึงขอพิจารณาดูโรคหลอดเลือดหัวใจตีบและอุดตัน ซึ่งเป็นโรค ที่สำคัญที่สุดโรคหนึ่งในกลุ่มโรคหัวใจ ว่ามีความเป็นมาอย่างไร
ความจริงหลอดเลือดหัวใจค่อยๆ ตีบมาตั้งแต่เราเกิด! แต่เนื่องจากยังตีบไม่มากจึงยังไม่มีอาการ เพราะมักมีอาการเมื่อหลอดเลือดตีบมาก เช่น หลอดเลือดบางหลอดอาจต้องตีบถึงร้อยละ ๕๐-๘๐ ก่อนที่จะมีอาการ ฉะนั้น อย่ารอจนมีอาการ เพราะถึงไม่มีอาการหลอดเลือดก็ตีบบ้างแล้ว ควรเริ่มต้นปฏิบัติตนเอง หาช่องทางที่จะทำให้หลอดเลือดไม่ตีบเพิ่มขึ้น ทำให้หายตีบ หรือทำให้หัวใจสร้างหลอดเลือดใหม่ (สร้างทาง "เบี่ยง")
ปัจจัยเสี่ยงต่อการเป็นโรคหลอดเลือด (ทั่วร่างกาย โดยเฉพาะหัวใจและสมอง) หัวใจตีบและอุดตันคือ กรรมพันธุ์ เพศชาย อายุ บุหรี่ เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง ความดันเลือดสูง ความอ้วน ไม่ออกกำลังกาย อุปนิสัย
เกี่ยวกับกรรมพันธุ์ช่วยไม่ได้ แต่สามารถหาทางป้องกันได้ไม่มากก็น้อย เพศชายจะเป็นโรคนี้มากกว่าเพศหญิง แต่เฉพาะในช่วงที่เพศหญิงยังมีประจำเดือนเท่านั้น ส่วนโรคนี้จะพบมากขึ้นในผู้สูงอายุ เพราะเรื่องของกรรมพันธุ์ เพศชายและอายุ เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ผ่อนหนักเป็นเบาได้
สำหรับ บุหรี่ เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง ความดันเลือดสูง ความอ้วน ไม่ออกกำลังกาย อุปนิสัย สามารถป้องกันได้ทั้งนั้น ไม่มากก็น้อย ด้วยการกินอาหาร ออกกำลังกายที่ถูกต้อง อย่างสม่ำเสมอ ไม่สูบบุหรี่ และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและนิสัยตนเองให้เหมาะสม
ขอบคุณภาพ/เนื้อหา โดยมูลนิธิหมอชาวบ้าน http://bit.ly/1oX77UD
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
🍇 มากิ พลัส (Maqui Plus) "สุดยอดเครื่องดื่มแอนตี้ออกซิแดนซ์" ด้วยส่วนประกอบที่คัดสรรพันธ์ุ และเกรดที่ดีที่สุดในโลก 12 ชนิด มารวมตัวกันอย่างกลมกล่อม อร่อย ดี มีประโยชน์ มีอะไรบ้างลองมาดูกัน
🍇มากิ เบอร์รี่ ( Maqui berry) จากชิลี ได้รับสมญานามว่า "ราชาแห่งสารต้านอนุมูลอิสระ" จึงช่วยปกป้องตับจากสารพิษอนุมูลอิสระ ช่วยต้านความเสื่อมแห่งวัย ต้านการเกิดเซลล์มะเร็ง ต้านการอักเสบสาเหตุของโรคต่างๆ
🌳อาร์ติโช๊ค (Artichocke) จากฝรั่งเศส ช่วยส่งเสริมสุขภาพตับ โดยเสริมการดีท๊อกซ์ขจัดสารพิษ และยับยั้งคอเลสเตอรอลชนิดเลว LDL จึงลดความเสี่ยงของตับอักเสบและไขมันเกาะตับ
🍒โกจิ เบอร์รี่ (Goji berry) จากจีน ช่วยลดความเสี่ยงของโรคตับ โดยส่งเสริมการสร้างเซลล์ใหม่ของตับ
🍒อาซาอิ เบอร์รี่ (Acai berry) จากบราซิล มีประสิทธิภาพในการต้านอนุมูลอิสระ ทั้งช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด ต้านการอักเสบ และเสริมภูมิต้านทาน
🍒อะเซโรล่าเชอรี่ (Acerola cherry) จากอเมริกา ซึ่งมีสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ ช่วยให้ผิวพรรณดูสดใส
🍇องุ่นแดง และสารสกัดจากเมล็ดองุ่น (Red grape & Grape seed extract) จากสเปน อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ส่งเสริมสุขภาพหลอดเลือด หัวใจ โดยลดความดันโลหิต ลดคอเลสเตอรอล LDL
🍒โช้ค เบอร์รี่ (Chokeberry) จากออสเตรเลีย มีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดความดัน คอเลสเตอรอล และระดับน้ำตาลในเลือด รวมทั้งกำจัดอนุมูลอิสระในตับ
🍒แครนเบอร์รี่ (Cranberry) จากอเมริกา มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง ช่วยลดการติดเชื้อในกระเพาะปัสสาวะ และช่วยลดความเสี่ยงโรคหัวใจ มะเร็ง ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ลดคอเลสเตอรอล
🍒ราสเบอร์รี่ (Rasberry) จากไต้หวัน มีวิตามิน แร่ธาตุ และไฟเบอร์สูง รวมทั้งมีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยป้องกันโรคมะเร็ง โรคอ้วน หัวใจ ความเสื่อมของตา
🍏แอปเปิ้ล (Apple) จากอิสราเอล ช่วยลดระดับไขมัน และคอเลสเตอรอล ลดความเสี่ยงโรคหัวใจ และมีสารต้านอนุมูลอิสระช่วยต้านมะเร็ง
🍓สตรอเบอร์รี่ (Strawberry) จากอิสราเอล ช่วยต้านอนุมูลอิสระในเลือด ช่วยลดระดับไขมัน และลดคอเลสเตอรอล ลดความเสี่ยงของโรคหลอดเลือดหัวใจ และมะเร็ง
🍒เชอร์รี่ (Cherry) จากอิสราเอล มีสารต้านอนุมูลอิสระ และมี "เมลาโทนิน(Melatonin) ซึ่งเป็นสารสื่อประสาททึ่ช่วยให้นอนหลับง่าย สนิท และพบว่าช่วยลดการอักเสบได้ดี จึงลดความเสี่ยงต่อโรคเก๊าท์ มะเร็ง โรคหัวใจ
🌳อาร์ติโช๊ค (Artichocke) จากฝรั่งเศส ช่วยส่งเสริมสุขภาพตับ โดยเสริมการดีท๊อกซ์ขจัดสารพิษ และยับยั้งคอเลสเตอรอลชนิดเลว LDL จึงลดความเสี่ยงของตับอักเสบและไขมันเกาะตับ
🍒โกจิ เบอร์รี่ (Goji berry) จากจีน ช่วยลดความเสี่ยงของโรคตับ โดยส่งเสริมการสร้างเซลล์ใหม่ของตับ
🍒อาซาอิ เบอร์รี่ (Acai berry) จากบราซิล มีประสิทธิภาพในการต้านอนุมูลอิสระ ทั้งช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด ต้านการอักเสบ และเสริมภูมิต้านทาน
🍒อะเซโรล่าเชอรี่ (Acerola cherry) จากอเมริกา ซึ่งมีสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ ช่วยให้ผิวพรรณดูสดใส
🍇องุ่นแดง และสารสกัดจากเมล็ดองุ่น (Red grape & Grape seed extract) จากสเปน อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ส่งเสริมสุขภาพหลอดเลือด หัวใจ โดยลดความดันโลหิต ลดคอเลสเตอรอล LDL
🍒โช้ค เบอร์รี่ (Chokeberry) จากออสเตรเลีย มีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดความดัน คอเลสเตอรอล และระดับน้ำตาลในเลือด รวมทั้งกำจัดอนุมูลอิสระในตับ
🍒แครนเบอร์รี่ (Cranberry) จากอเมริกา มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง ช่วยลดการติดเชื้อในกระเพาะปัสสาวะ และช่วยลดความเสี่ยงโรคหัวใจ มะเร็ง ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ลดคอเลสเตอรอล
🍒ราสเบอร์รี่ (Rasberry) จากไต้หวัน มีวิตามิน แร่ธาตุ และไฟเบอร์สูง รวมทั้งมีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยป้องกันโรคมะเร็ง โรคอ้วน หัวใจ ความเสื่อมของตา
🍏แอปเปิ้ล (Apple) จากอิสราเอล ช่วยลดระดับไขมัน และคอเลสเตอรอล ลดความเสี่ยงโรคหัวใจ และมีสารต้านอนุมูลอิสระช่วยต้านมะเร็ง
🍓สตรอเบอร์รี่ (Strawberry) จากอิสราเอล ช่วยต้านอนุมูลอิสระในเลือด ช่วยลดระดับไขมัน และลดคอเลสเตอรอล ลดความเสี่ยงของโรคหลอดเลือดหัวใจ และมะเร็ง
🍒เชอร์รี่ (Cherry) จากอิสราเอล มีสารต้านอนุมูลอิสระ และมี "เมลาโทนิน(Melatonin) ซึ่งเป็นสารสื่อประสาททึ่ช่วยให้นอนหลับง่าย สนิท และพบว่าช่วยลดการอักเสบได้ดี จึงลดความเสี่ยงต่อโรคเก๊าท์ มะเร็ง โรคหัวใจ
สนใจผลิตภัณฑ์/สมัครสมาชิก โทร 088 113 1319, 098 147 0084
หรือสั่งซื้อผ่าน www.lazada.co.th/avianceshop ระบุ Promo Code : TH3095999 ในช่อง add a coupon เพื่อรับส่วนลด 25%


