แนะนำการตลาดแบบเครือข่าย

วันนี้ขอแชร์ข้อมูลเกี่ยวกับการตลาดนะครับ โดยทั่วไปแล้วการตลาดหรือการเคลื่อนไหวผลิตภัณฑ์จากผู้ผลิตไปยังผู้บริโภคในปัจจุบัน หลักๆ จะมีอยู่ 3 วิธี
     1) การขายปลีก เราคุ้นเคยกันดีในร้านขายของชำ ร้านขายยา มินิมาร์ทสะดวกซื้อ หรือห้าง
สรรพสินค้าที่เราไปใช้บริการกันเป็นประจำ การที่จะทำให้ผู้คนเข้าถึงข้อมูลผลิตภัณฑ์จำเป็นจะต้องทำการโฆษณาผ่านสื่อต่างๆ ซึ่งก็ใช้ต้นทุนมหาศาลไปกับค่าโฆษณาเหล่านี้ ลองมาดูงบประมาณที่บริษัทใช้ไปในการโฆษณากันครับ (ล้านบาท)


        2) การขายตรง ที่เราเห็่นๆ กัน เช่น การขายประกัน เครื่องครัว สาวมิสทีนหรือสาวเอว่อน แล้วก็ผลิตภัณฑ์อื่น ที่ส่งตรงไปยังออฟฟิศ อันนี้คือการขายตรงนะครับ
3) การตลาดแบบเครือข่าย คนที่เข้ามาในธุรกิจการตลาดแบบเครือข่ายส่วนหนึ่งยังไม่เข้าใจความแตกต่างระหว่างการตลาดแบบเครือข่ายและการตลาดแบบขายตรง ซึ่งบริษัทที่ทำธุรกิจการตลาดแบบเครือข่ายส่วนหนึ่งก็เปิดโอกาสให้ผู้ร่วมธุรกิจมีรายได้จากการขายตรง การทำตลาดออนไลน์เพื่อให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไป แต่รายได้ที่ยั่งยืนของการทำการตลาดแบบเครือข่ายคือการสร้างเครือข่ายผู้บริโภคจากพลังการทวีค่าส่วนบุคคล ซึ่งผมจะสรุปประเด็นในบทต่อๆ ไปนะครับ
แล้วก็ยังมีการตลาดอีกหลายแบบที่เพิ่มเข้ามา เช่น การขายสินค้าออนไลน์ อาจจะรวมไว้ในการตลาดแบบขายตรง ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมมากๆ ในปัจจุบัน สามารถอำนวยความสะดวกแก่ผู้บริโภคในการสั่งซื้อสินค้า แต่จะยุ่งยากอยู่บ้างในการโอนเงินชำระค่าสินค้า การจัดส่งฯลฯ ซึ่งเป็นปัญหาหนึ่งของผู้ที่ทำธุรกิจนี้ และรูปแบบหนึ่งที่เราอาจจะเคยพบเห็นคือการขายแบบปิรามิดหรือแชร์ลูกโซ่ อันนี้ผิดกฎหมายนะครบ เพราะไม่ได้มีการเคลื่อนไหวสินค้าหรือบริการ

นักธุรกิจหรือคนที่เข้ามาในธุรกิจการตลาดแบบเครือข่ายบางคนอาจจะเข้ามาเพราะต้องการใช้ผลิตภัณฑ์เพราะเป็นสิ่งที่เขาต้องใช้ในชีวิตประจำวันอยู่แล้ว เพราะเขาสามารถซื้อตรงกับบริษัทผู้ผลิต ได้ผลิตภัณฑ์ราคาไม่สูงแต่คุณภาพดี (เหตุผลเพราะการตลาดแบบบอกต่อ คุณภาพสินค้าต้องดีมากๆ ผ่านการ วิจัยคุณภาพและความพึงพอใจของสินค้าจึงจะทำให้การบอกต่อเป็นไปอย่างธรรมชาติและมีผลลัพธ์ชัดเจน) หลายๆ คนเข้ามาในธุรกิจเพราะเหตุผลนี้และหลายๆ คนเริ่ม “เอาจริง” ในการทำธุรกิจการตลาดแบบเครือข่าย ที่มา หนังสือ STEP 2


ผลิตภัณฑ์กลุ่มความงามและสุขภาพ เป็นกลุ่มที่มีมูลค่าทางการตลาดสูงมากกว่า 200,000 ล้าน เป็นหนึ่งในกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่บริษัทการตลาดแบบเครือข่ายทุ่มทุนไปในการวิจัยและพัฒนาเพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์และผลลัพธ์เป็นที่พึงพอใจของผู้ใช้ ขอยกตัวอย่างบริษัท Unilever บริษัทยักษ์ใหญ่ที่มาทำการตลาดแบบเครือข่าย บริษัท Unilever ได้ลงทุนจัดตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ 129 แห่งทั่วโลก มีทีมนักวิจัยและผู้เชี่ยวชาญหลากสาขากว่า 6,000 คน ทุ่มงบวิจัยในการพัฒนาผลิตภัณฑ์สูงถึง 1,000 ล้านยูโรต่อปี เพื่อออกแบบผลิตภัณฑ์ให้ได้ผลลัพธ์และความพึงพอใจสำหรับกลุ่มผู้บริโภคในแต่ละประเทศ และได้จัดตั้งองค์อิสระ ซีแอค (SEAC) ในการควบคุมมาตรฐานความปลอดภัย ที่มา Unilever Network STP book   ข้อมูลเพิ่มเติม wi.th/unilevernetwork


        บริษัทการตลาดแบบเครือข่ายที่ดี ไม่จำเป็นต้องใช้เงินจำนวนมหาศาลไปกับการโฆษณา เพราะการโฆษณาที่มีประสิทธิภาพสุดก็คือ ปากต่อปาก เพราะเหตุนี้จึงเหลือเงินมากมายที่จะไปพัฒนาผลิตภัณฑ์ ผลก็คือบริษัทจะมีผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพสูงกว่าสินค้าที่วางขายปลีกในร้านค้า เราสามารถแบ่งปันสินค้าที่มีคุณภาพสูงที่กำลังใช้อยู่ให้เพื่อน เพียงแค่บอกให้เขาเปลี่ยนจากยี่ห้อเก่าที่ใช้อยู่แล้วมาซื้อตรงกับบริษัทผู้ผลิต

        จากการที่ผู้ร่วมธุรกิจสามารถซื้อผลิตภัณฑ์ได้ในราคาผู้ร่วมธุรกิจ ราคาสมาชิก หรือราคาส่ง จึงสามารถขายเพื่อเอากำไรในราคาปลีกได้ จึงมีความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการตลาดแบบเครือข่าย มีบางคนบอกว่าจำเป็นต้องขายปลีกจึงจะประสบความสำเร็จ การเคลื่อนไหวผลิตภัณฑ์มีความจำเป็น บางบริษัทจึงได้กำหนดยอดขายปลีก แต่ผู้ร่วมธุรกิจบางคนไม่มีความชำนาญในการขายบริษัทจึงได้ออกแบบประเภทสมาชิกเพื่อรองรับกลุ่มผู้ร่วมธุรกิจที่แตกต่างกัน แต่ในการที่จะทำให้ได้รายได้จากธุรกิจมหาศาลไม่ได้มาจากการขาย ความสำเร็จที่แท้จริงมาจาก  การสร้างองค์กร


พ.ต.ท. ทัศพลและคุณติ๊ก ปารณีย์ บู๊หลง นักธุรกิจการตลาดแบบเครือข่าย ที่สามารถสร้างรายได้จากการทำธุรกิจสะสมมากกว่า 30 ล้านบาท มีเครือข่ายผู้บริโภคมากกว่า 100,000 คน คราวหน้าผมจะมาเล่าต่อนะครับว่าทำไม พ.ต.ท. ทัศพลและคุณติ๊ก ปารณีย์ บู๊หลง จากมนุษย์เงินเดือนธรรมดาๆ จึงสามารถก้าวเข้าสู่ผู้บริหารสโมสร 30 ล้าน ด้วยการทำธุรกิจการตลาดแบบเครือข่าย ลองมาดูชีวิต พ.ต.ท. ทัศนพลและคุณติ๊กกับครับ




นวัตกรรมโมเดลธุรกิจที่บวกจุดเด่นของช่องทาง OFFLINE และ ONLINE เข้ากับ NETWORK MARKETING สู่โมเดลธุรกิจ OMNI CONNECT ที่มอบประสบการณ์ใหม่ของการช้อปและแชร์
ที่เดียว!! นำเสนอรูปแบบธุรกิจออนไลน์ใหม่ ไม่ต้องเช่าเว็บ ไม่เก็บค่าแฟรนไชส์ ไม่วุ่นวายกับการจัดส่งของให้ลูกค้า สะสมเครือข่ายได้ทั้งแบบ OFFLINE และ ONLINE จากทุกประเทศเครือข่าย

ข้อมูลเพิ่มเติม wi.th/unilevernetwork
Call/line  0631456493

14 สิ่งที่คนประสบความสำเร็จเขาทำกัน “ทุกวัน"..


1. ทำลิสต์รายการที่ต้องทำ
มันเกิดขึ้นได้มากที่จะมีนู่นนี่ถาโถมเข้ามาระหว่างวัน หรือคิดนู่น อยากทำนี่สะเปะสะปะไปหมด เพราะฉะนั้น ทางที่ดีคือ การลิสต์รายการที่คุณต้องทำจริงๆ ตามลำดับความสำคัญ
เคล็ดลับ: ทำสิ่งนี้เป็นอย่างแรกในตอนเช้า ลิสต์ออกมาให้หมด ไม่ว่าจะเป็นสิ่งเล็กๆ หรือใหญ่ๆ ก็ตาม ที่คุณต้องทำให้เสร็จภายในวันนี้
2. เวลาว่างเล็กๆ น้อยๆ ใช้ให้คุ้ม
ในวันหนึ่งๆ มีเรื่องราวให้คิด ให้ทำ ให้เรียนรู้มากมาย แต่ถ้าคุณมีเวลาว่างเมื่อไหร่ เอาเวลามาให้ตัวเองบ้าง และแบ่งเวลานั้นให้ดี และทำเรื่องที่มีประโยชน์
เคล็ดลับ: นอกจากใช้เวลาผ่อนคลายแล้ว หาเวลาอ่านหนังสือ เรียนรู้เพิ่มเติมบ้าง ทุกอย่างขึ้นอยู่กับการแบ่งเวลา
3. ยอมรับความผิดพลาด และแก้ไข
Carol Dweck กล่าวว่า เมื่อเราเจอกับเรื่องที่ท้าทาย เจอกับปัญหา สิ่งที่ควรทำคือยอมรับมัน และลุกขึ้นสู้ใหม่ แก้ปัญหาที่เกิดขึ้น นั่นคือวิธีที่คุณจะโต
เคล็ดลับ: เมื่อคุณรู้สึกแย่ ลองลิสต์ 3 อย่างที่คุณทำผิดพลาด และคิดว่าคุณจะแก้ปัญหามันอย่างไร
4. ไม่ต้องสนใจ “ความสมบูรณ์แบบ”
Eric Thomas กล่าวไว้อย่างสวยงามว่า “มันไม่มีเวลาที่สมบูรณ์แบบที่สุด ในการทำสิ่งๆ หนึ่งหรอก” และคนที่ประสบความสำเร็จส่วนใหญ่เข้าใจในสิ่งนี้ และเขาจะไม่เอาคำว่า “สมบูรณ์แบบ” มาเพื่อผัดวันประกันพรุ่ง ไม่ทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ไม่ว่าตอนนั้นอาจจะยังไม่พร้อมแค่ไหน ก็ลุยเลย!
เคล็ดลับ: ความยากลำบากคือสิ่งที่คุณคิดเอาเอง แค่คุณพยายามให้ถึงที่สุด แค่นี้ก็พอแล้ว
5. คิดอะไรออก รีบจด เดี๋ยวลืม!
บางทีไอเดียเจ๋งๆ ก็ออกมาตอนที่เราไม่คาดคิด อย่างตอนอาบน้ำ ตอนก่อนนอน ตอนขับรถ ถ้าคุณรีบจดได้เมื่อไหร่ รีบจดทันที เพราะคุณอาจจะลืมได้ และพอลืมแล้ว มันจะยากมากที่จะคิดออกทีหลัง
เคล็ดลับ : เก็บสมุดบันทึกเล็กๆ พร้อมจดไว้ในกระเป๋า หรือแอพพลิเคชั่นในมือถือก็ได้
6. ทำเรื่องดีๆ แต่ไม่ต้องป่าวประกาศ
ปัญหาอย่างหนึ่งที่สื่อต่างๆ สร้างคือ ความคิดที่ว่า คนที่ประสบความสำเร็จเวลาทำดีแล้วก็เป็นข่าว แต่จริงๆ แล้ว ยังมีเบื้องหลังอีกมากมาย การทำงานหนัก ของหลายๆ คน ที่ทำแต่ไม่มีใครรู้ และจริงๆ แล้วเป็นเรื่องที่ดี
เคล็ดลับ: ลองทำความดีแค่สิ่งเล็กๆ แต่ทำทุกวัน โดยไม่ต้องบอกใครสิ คุณจะรู้สึกดีมากๆ เลย
7. เตือนตัวเองว่าคนเราต้องตาย
เราไม่ได้เป็นอมตะ มันไม่มีประโยชน์เลยถ้าจะมาปฏิเสธว่าเวลาไม่ได้เคลื่อนไปอย่างเร็ว เพราะฉะนั้น เราควรทำทุกอย่าง ในเวลาอย่างจำกัดให้มีประสิทธิภาพที่สุด คุ้มค่าที่สุด
เคล็ดลับ: นึกภาพตัวคุณตอนชรา และคิดดูว่าถ้ามองย้อนกลับมาที่วันนี้ คุณจะดีใจ หรือคุณจะเสียใจในสิ่งที่คุณทำอยู่ ถ้าเสียใจและเสียดายเวลา ก็แก้ไขซะ คุณยังมีเวลา
8. กำหนดความสำเร็จในแบบของคุณเอง
หลายๆ คนในสังคมมักพูด หรือพยายามทำให้คุณเชื่อว่า ความสำเร็จจะต้องเป็นแบบนู้น ความสำเร็จจะต้องเป็นแบบนี้ แต่เชื่อเถอะ ที่ดีที่สุดคือ คุณกำหนดความสำเร็จในแบบของคุณเอง และกำหนดแผนที่จะบรรลุความสำเร็จนั้นของคุณเอง
เคล็ดลับ: ลองดูคนที่คุณชื่นชอบ และเอาเป็นแบบอย่าง อาจจะมากกว่าหนึ่งคน ลิสต์เหตุผลว่าทำไม แล้วหาจุดสมดุลของตัวคุณเองว่าอยากเป็นแบบไหน
9. ทำงานให้ดีกว่าคนอื่นๆ
คิดไว้เสมอว่า ไม่ว่าจะมีคนเก่งกว่าแค่ไหน ฉลาดกว่าแค่ไหน สิ่งที่เราต้องพยายามคือ เราต้องทำงานดีกว่าเขา อย่าให้เขาทำงานดีกว่าเรา ทำงานเร็วกว่าเรา ทำงานมีประสิทธิภาพกว่าเรา
เคล็ดลับ: คุณไม่ต้องไปแข่งกับเขาจริงๆ หรอก แต่แสร้งว่าแข่ง เพื่อเป็นการยกระดับตัวคุณเองให้มีมาตรฐานที่สูงอยู่เสมอยังไงล่ะ
10. ไม่ริษยาคนอื่น
สายตามุ่งเป้าไปที่ความสำเร็จของคุณเอง ไม่ต้องมองของคนอื่น สิ่งที่คุณควรทำคือยินดีกับเขา ไม่ใช่ริษยาเขา
เคล็ดลับ: รู้จักที่จะชื่นชมคนอื่นบ้าง นั่นคือจุดเริ่มต้นที่ดี
11. ไม่เชื่อในโชคชะตา
โชคชะตาและความโชคดี ไม่มีจริง มันคือผลผลิตจากการทำงานหนักของคุณทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นนักกีฬา นักธุรกิจ พวกเขาล้วนทำงานหนักกว่าจะมาถึงจุดนี้ทั้งสิ้น แต่กระนั้น ทำงานหนัก ก็อย่าลืมพักด้วย
เคล็ดลับ: ทำงานหนักได้ แต่ให้เวลากับตัวเองในการพักผ่อนบ้าง
12. เป็นตัวของตัวเอง
คนพวกนี้รู้ว่าพวกเขาต้องการอะไร อะไรคือจุดแข็ง อะไรคือจุดอ่อนของเขา และไม่ว่าใครจะว่าอย่างไร เขาจะเป็นตัวของตัวเอง และมุ่งมั่นเพื่อจุดหมายปลายทางของเขาเท่านั้น
เคล็ดลับ : คุณสามารถอยู่คนเดียวได้ โดยที่ไม่ต้องพึ่งคนอื่น
13. น้อมรับเสียงวิจารณ์
หากมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ คนพวกนี้จะรับได้ แต่ไม่ได้ไม่สนใจและทิ้งไป แต่นำกลับมาคิด และถ้าเป็นความจริง เขาจะแก้ไขเพื่อไม่ให้เกิดขึ้นอีก
เคล็ดลับ: ครั้งต่อไป มีคนบอกเรื่องไม่ดีของคุณกับคุณ ก็ขอบคุณเขาซะ เพราะถ้าไม่มีคนพวกนี้ คุณก็ไม่มีทางรู้ว่า คุณมีอะไรที่ไม่ดีบ้าง
14. พัฒนาไปเรื่อยๆ อย่างไม่หยุดยั้ง
ไม่มีใครบนโลกนี้ที่ประสบความสำเร็จอย่างง่ายดาย ทุกคนล้วนเหนื่อย ลำบาก ไม่ว่าจะเป็น Mahatma Gandhi หรือ Muhammad Ali แต่ไม่ว่าจะเป็นอย่างไร ความสำเร็จมันไม่มีที่สิ้นสุด ถึงพวกเขาจะยิ่งใหญ่อย่างไร เขายังคงพัฒนาตัวเองต่อไปอย่างไม่หยุดนิ่ง
เคล็ดลับ: เชื่อมั่นในตัวเอง อย่าโอ้อวด พร้อมที่จะเรียนรู้ และพัฒนาอยู่เสมอ ไม่ว่าคุณจะสำเร็จไปกี่ขั้นแล้วก็ตาม

Cr. Forward Line

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
นวัตกรรมโมเดลธุรกิจที่บวกจุดเด่นของช่องทาง OFFLINE และ ONLINE เข้ากับ NETWORK MARKETING สู่โมเดลธุรกิจ OMNI CONNECT ที่มอบประสบการณ์ใหม่ของการช้อปและแชร์
ที่เดียว!! นำเสนอรูปแบบธุรกิจออนไลน์ใหม่ ไม่ต้องเช่าเว็บ ไม่เก็บค่าแฟรนไชส์ ไม่วุ่นวายกับการจัดส่งของให้ลูกค้า สะสมเครือข่ายได้ทั้งแบบ OFFLINE และ ONLINE จากทุกประเทศเครือข่าย

Call/line  0631456493

รวมคำสอน สุดยอดนักธุรกิจจีน “แจ็ค หม่า” จาก 500 สู่ 5 ล้านล้าน อยากประสบความสำเร็จห้ามพลาด!!


“แจ็ค หม่า” จากผู้ชายที่มีเงินเดือนเพียง 500 บาท ตอนนี้ บริษัท Alibaba ของเขามีมูลค่ามากกว่า 5 ล้านล้านบาท ซึ่งเป็นบริษัทอินเทอร์เน็ตที่มีมูลค่าตลาดสูงกว่า eBay, Twitter และ LinkedIn รวมกันเสียอีก เมื่อวันที่ Alibaba Group ขายหุ้น IPO เป็นวันแรก ก็ขึ้นแซง Facebook เลย นับเป็นบุคคลที่ประสบความสำเร็จสูงที่สุดในจีน ซึ่งวันนี้ได้มีคำแนะนำ ของ แจ็ค หม่า ว่าการจะประสบความสำเร็จในชีวิตและธุรกิจต้องทำอย่างไรบ้าง

Cr.technode.com


“สิ่งที่ผมเสียใจที่สุด”

เมื่อปี ค.ศ. 2001 ผมได้ทำสิ่งผิดพลาดเป็นอย่างมากที่บอกให้ 18 คนที่ได้ร่วมลงเรือลำเดียวกันในการเริ่มธุรกิจกับผมว่า ตำแหน่งสูงสุดที่พวกเขาสามารถเป็นได้คือการทำงานในตำแหน่งระดับการจัดการ เท่านั้น ส่วนตำแหน่งประธานและตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงของเรานั้น เราจำเป็นจะต้องจ้างบุคคลภายนอกมาบริหารงาน แต่เพียงแค่ไม่กี่ปีต่อมา พวกเขาเหล่านั้นก็พากันลาออก

และท้ายที่สุดแล้ว บุคลากรภายในบริษัทที่อยู่มาตั้งแต่แรกเหล่านั้นก็เติบโต กลายประธานและผู้บริหารระดับสูง คนซึ่งผมเคยสงสัยในความสามารถของพวกเขา

หลังจากนั้นมาจึงทำให้ผมเชื่ออยู่ใน 2 อย่าง คือ
•  ทัศนคติของคุณนั้นสำคัญกว่าความสามารถ
•  การตัดสินใจของคุณนั้นก็สำคัญกว่าความสามารถ

“คุณไม่สามารถที่จะทำให้คนทุกคนนั้นคิดเหมือนกันได้ แต่คุณสามารถที่จะทำให้ทุกคนก้าวไปทางเดียวกันได้ด้วยเป้าหมายเดียวกันได้”

•  อย่าพยายามแม้แต่จะคิดว่าคุณจะทำให้ทุกคนคิดเหมือนกันได้ มันไม่มีทางเป็นไปได้!
•  30% ของผู้คนทั้งหมดนั้น จะไม่มีวันเชื่อคุณเลย ดังนั้นอย่าพยายามทำให้เพื่อนร่วมงานและพนักงานทำงานให้คุณ แต่จงทำให้เค้าทำงานเพื่อเป้าหมายร่วมกัน
•  สร้างบริษัทให้รวมใจกันอยู่ภายใต้เป้าหมายร่วมกัน ง่ายกว่าการทำงานภายใต้ตามคำสั่งของใครคนใดคนหนึ่งหรือเพื่อคนคนหนึ่ง

ผู้นำมีอะไรที่พนักงานทั่วไปไม่มี?

คนที่เป็นผู้นำนั้นไม่ควรนำทักษะเชิงเทคนิคของตัวเองไปเปรียบเทียบกับ พนักงาน พนักงานของคุณจำเป็นต้องมีทักษะเชิงเทคนิคมากกว่าคุณอยู่แล้ว ถ้าหากเขาไม่มีแสดงว่าคุณจ้างคนผิดแล้วล่ะ

แล้วอะไรละที่ทำให้ผู้นำโดดเด่น
•  ผู้นำนั้นควรจะมีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลกว่าพนักงานธรรมดา
•  ผู้นำควรจะมีกล้าหาญ ยืดหยัด และความอดทนในสิ่งที่พนักงานธรรมดาไม่สามารถทำได้
•  ผู้นำควรจะมีความอึดและความสามารถที่จะยอมรับสิ่งที่ล้มเหลวได้
แน่นอนว่าคุณภาพของผู้นำที่ดีนั้นอยู่ที่วิสัยทัศน์ แรงใจและความสามารถ

อย่าริยุ่งการเมือง

คุณต้องเข้าใจเสมอว่าเงินและอำนาจทางการเมือง มันอยู่ที่เดียวกันไม่ได้ หากคุณอยู่ในการเมือง ก็ไม่ควรคิดเรื่องเงินอีกต่อไป หากคุณทำธุรกิจ ก็อย่าเที่ยวไปยุ่งเกี่ยวกับการเมือง หากสองอย่างนี้เจอกันเมื่อไหร่ รอวันจบไม่สวยได้เลย

4 คำถามที่เด็กรุ่นใหม่ควรจะเฝ้าถามตัวเอง

ความล้มเหลวคืออะไร? การยอมแพ้นั้นเป็นความล้มเหลวที่ยิ่งใหญ่ที่สุด
ความยืดหยุ่นคืออะไร? คุณจะเข้าใจความหมายของคุณก็ต่อเมื่อคุณผ่านความยากลำบาก ผ่านความทุกข์และความผิดหวังมาแล้วเท่านั้น
ความรับผิดชอบและหน้าที่คืออะไร? คือการที่จะต้องขยันมากขึ้น ทำงานหนักและความทะเยอทะยานกว่าคนอื่น ๆ
คนโง่เท่านั้นที่ใช้ปากของพวกเขาที่จะพูด คนฉลาดใช้สมองของเขา และคนที่ปราดเปรื่องจะใช้หัวใจของเขา

คนเรานั้นเกิดมาเพื่อใช้ชีวิตและหาประสบการณ์ชีวิต

ผมบอกกับตัวเองเสมอว่าคนเราไม่ได้เกิดมาเพื่อทำงาน แต่เพื่อสนุกกับชีวิต และเราเกิดมาเพื่อทำสิ่งที่ดีกว่า ไม่ได้เพื่อทำงาน หากคุณใช้เวลาทั้งชีวิตเพื่อทำงาน คุณจะต้องเสียใจอย่างแน่นอน

ไม่ว่าคุณจะประสบความสำเร็จในอาชีพการงานมากเพียงใดก็ตาม คุณจะต้องจำไว้ว่า เราเกิดมาเพื่อใช้ชีวิต ถ้าคุณยุ่งแต่กับการทำงาน ในที่สุดคุณจะต้องเสียใจ

เวทีแข่งขันและการแข่งขันในธุรกิจ

•  พวกที่บ้าแข่งขันกันอย่างระห่ำนั้นคือ พวกโง่
•  หากคุณมองทุกคนรอบตัวเป็นศัตรู ทุกคนรอบตัวคุณก็จะเป็นศัตรูของคุณ
•  หากคุณทำการแข่งขันกับคู่แข่ง อย่าพยายามใช้ความเกลียดชัง ความเกลียดจะทำให้คุณพ่ายแพ้
•  การแข่งขันนั้นคล้ายกับการเล่นหมากกระดานหากคุณแพ้กระดานนี้ คุณก็มีโอกาสเล่นต่อในกระดานต่อไป ดังนั้นทั้งสองฝั่งไม่ควรจะสู้กันเอง
•  นักธุรกิจที่แท้จริงนั้นไม่ควรมีศัตรูเลย หากใครเข้าใจจุดนี้ ไม่มีอะไรเป็นไปไม่ได้ในโลกธุรกิจ

อย่าจู้จี้ขี้บ่นเป็นนิสัย

ถ้านานๆ ครั้ง ก็คงไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร แต่หากบ่นเป็นนิสัยแล้ว คุณก็จะยิ่งบ่นมากขึ้นไปอีก เปรียบได้กับดื่มน้ำทะเล ยิ่งดื่มก็ยิ่งกระหาย ดื่มไปไม่ได้ช่วยอะไร การบ่นก็เหมือนกัน การบ่นเยอะๆมันไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้น หนทางสู่ความสำเร็จนั้น คุณจะสังเกตได้ว่าผู้ที่สำเร็จมักจะไม่ขี้บ่น

โลกนี้จำไม่ได้หรอกว่าคุณพูดอะไรไป แต่จะไม่ลืมสิ่งที่คุณทำ

Cr.qzprod.files.wordpress.com


คำแนะนำของ แจ็ค หม่า สำหรับผู้ประกอบการ

•  โอกาสที่ทุกคนไม่เห็นนั้นคือโอกาสที่แท้จริง
•  ต้องให้พนักงานคุณมาถึงที่ทำงานด้วยรอยยิ้มเสมอ
•  ลูกค้าต้องมาอันดับ 1 พนักงานอันดับ 2 และผู้ถือหุ้นมาอันดับ 3
•  นำมาใช้และเปลี่ยนแปลงก่อนเทรนด์หรือการเปลี่ยนแปลงใหญ่ๆ จะเกิดขึ้น
•  ลืมเรื่องเงิน ลืมเรื่องการหาเงินไปซะ
•  แทนที่จะไปเสียเวลากับเทคนิคเล็กน้อยการเรียกลูกค้าใหม่ ควรมุ่งเน้นไปที่การครองใจและดูแลลูกค้าเก่า
•  ทัศนคติของคุณจะเป็นตัวกำหนดว่าคุณจะไปได้ไกลแค่ไหน

การเป็นผู้ประกอบการ

•  โอกาสที่ยิ่งใหญ่นั้นมักจะอธิบายชัดเจนไม่ได้ ส่วนสิ่งที่อธิบายชัดเจนได้นั้นมักจะไม่ใช่โอกาสที่ดีที่สุด
•  คุณควรจะหาคนที่มาทำให้บริษัทสมบูรณ์ขึ้น โดยที่คุณไม่จำเป็นต้องหาคนที่ประสบความสำเร็จ หาคนที่ใช่ ไม่ใช่หาคนที่ดีที่สุด
•  สิ่งที่ไม่น่าเชื่อถือมากที่สุดในโลกนี้คือความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์
•  คำว่า “ฟรี” เป็นคำที่แพงที่สุด
•  วันนี้เป็นวันที่โหดร้าย พรุ่งนี้จะเป็นวันที่จะแย่กว่า แต่มะรืนนี้จะเป็นวันที่สวยงาม

4 สิ่งต้องห้ามของผู้ประกอบการ

•  สิ่งที่น่ากลัวที่สุดของการเริ่มต้นธุรกิจคือ การที่ไม่สามารถจะมองเห็น ประมาท ไม่เข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้น ไม่สามารถรักษาระดับได้
•  ถ้าคุณไม่ทราบว่าคู่แข่งของคุณอยู่ที่ไหน มั่นใจเกินเหตุและประมาทคู่แข่งเกินไป ในที่สุดคุณก็จะตามหลังเค้า

“First they ignore you, then they laugh at you, then they fight you, then you win.” อย่าเป็น “they” ในประโยคข้างต้น

Cr.toc.h-cdn.co

ถึงแม้คู่แข่งของคุณยังเล็กหรืออ่อนแอ คุณควรประเมินเค้าอย่างจริงจังและปฏิบัติต่อเค้าเหมือนเค้าเป็นยักษ์ใหญ่
•  ในทางเดียวกัน หากคู่แข่งของคุณเป็นยักษ์ใหญ่ คุณก็ไม่ควรมองตัวเองว่าอ่อนแอ

การเปิดบริษัทของคุณเอง

ความหมายของการเริ่มต้นบริษัท คือ คุณจะสูญเสียรายได้ที่มั่นคง คุณจะมีสิทธิ์หยุดได้ตามใจ จะได้โบนัสหรือไม่ก็เป็นสิทธิ์ของคุณ อย่างไรก็ตาม มันก็หมายความว่า รายได้ของคุณก็จะไม่ถูกจำกัด คุณจะใช้เวลาได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นและคุณจะไม่จำเป็นต้องขอความ ช่วยเหลือจากคนอีกต่อไป

หากคุณมีความคิดที่แตกต่างกัน ผลลัพธ์ของคุณก็จะแตกต่าง ถ้าคุณตัดสินใจเลือกสิ่งที่แตกต่างจากคนรอบข้างคุณ ชีวิตของคุณจะแตกต่างจากคนรอบข้างคุณ

โอกาส

ถ้าหากมีข้อเสนอนึงมาให้ แล้วคนส่วนใหญ่ (มากกว่า 90%) ตอบว่าข้อเสนอนี้มัน “ใช่” , ผมก็จะทิ้งข้อเสนอนั้นลงถังขยะในทันที

เหตุผลง่ายนิดเดียวคือ

“ถ้าหากมีคนอยู่เยอะที่คิดว่าข้อเสนอนี้ดี ย่อมแสดงว่าต้องมีคนอยู่อีกเยอะเช่นกันที่กำลังทำงานนี้อยู่
และโอกาสนั้นมันก็ไม่ได้เป็นของเราแล้ว”

ที่มา : http://hackerlife.in.th/แจ็ค-หม่า-จาก-500-บาทเป็น-5ล้า/




“Unilever” เปิดมิติใหม่ทางธุรกิจ ส่ง “Unilever Network” ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์สมบูรณ์แบบ เปิดโอกาสให้คนไทยทุกคน เข้าร่วมเป็นเจ้าของธุรกิจ ด้วยการลงทุนต่ำแต่สามารถขยายธุรกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศ ด้วยระบบการทำงานที่สมบูรณ์แบบ เตรียมไว้ให้คุณขยายธุรกิจอย่างไร้ขีดจำกัด เปิดรับลงทะเบียนแล้ววันนี้เพียง 600 บาทเท่านั้น

ข้อมูลเพิ่มเติม http://goo.gl/vaSyQJ
ลงทะเบียนเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติม http://goo.gl/forms/rDberT4xsQ
โทร/ไลน์ 0631456493


ไขมันพอกตับ ใครบ้างที่ต้องระวัง


คนไข้หลายรายมาบ่นที่ร้านยาหลังจากได้รับผลการตวจร่างกายแล้วพบว่า ตนเองไม่ดื่มสุราหรือเครื่องดื่มแอลกอฮออล์ใดๆ แท้ๆ แต่ทำไม หมอจึงบอกว่า มีความเสี่ยงเป็นโรคไขมันพอกตับ ทำไมจึงเป็นได้หล่ะ?

เรามีคำตอบมาให้

“ภาวะไขมันพอกตับในผู้ที่ไม่ดื่มแอลกอฮอล์ หรือ NAFLD เป็นชื่อเรียกรวมของความผิดปกติที่เกิดกับตับซึ่งเริ่มจากไขมันพอกตับ ซึ่งสามารถนำไปสู่ภาวะตับวายและมะเร็งตับ จะเห็นได้ว่าความผิดปกติและพัฒนาการของโรคเกิดขึ้นเช่นเดียวกับผู้ป่วยโรคตับกลุ่มที่ดื่มสุราเป็นประจำ สิ่งที่น่ากลัวสำหรับภาวะไขมันพอกตับในผู้ไม่ดื่มสุราก็คือผู้ป่วยมักจะไม่ทราบมาก่อนว่าเกิดความผิดปกติกับตับของตนเข้าแล้ว เลยไม่ได้ใส่ใจหรือสนใจจะรักษาจนกระทั่งตรวจพบโดยบังเอิญ”

คนไทยเป็นโรคนี้กันตรึม

ปัจจุบัน ประเทศไทย พบภาวะไขมันพอกตับได้มากขึ้นตามแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นของเมตาโบลิกซินโดรม ซึ่งได้แก่ โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง และไขมันในโลหิตสูงซึ่งมักจะเกิดขึ้นในวัยกลางคนอายุประมาณ 45 ถึง 50 ปีขึ้นไป ที่อัตราการเผาผลาญอาหารเริ่มลดลง

ในประเทศไทย อัตราของจำนวนผู้ป่วยเบาหวานซึ่งเป็นความเสี่ยงที่สำคัญประการหนึ่งของภาวะไขมันพอกตับที่พบในประชากรที่มีอายุตั้งเเต่ 35 ปีขึ้นไปทั้งเก่าเเละใหม่ อยู่ที่ร้อยละ 9.6 (2547: สถาบันวิจัยและพัฒนาระบบสุขภาพชุมชน)

ผู้ป่วยไขมันพอกตับกว่าร้อยละ 50 ไม่แสดงอาการโดยเฉพาะในกลุ่มที่เป็นไขมันพอกตับระยะแรก(สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ)

ผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง อาทิ คนอ้วน ผู้ป่วยเบาหวาน และผู้มีไขมันในเลือดสูง มีภาวะไขมันพอกตับถึงร้อยละ90 ในจำนวนนี้ร้อยละ 20 มีอาการตับอักเสบร่วมด้วย และร้อยละ 10 กลายเป็นโรคตับแข็ง (MedicineNet)

ผู้ป่วยที่มีภาวะไขมันพอกตับสามารถฟื้นฟูสภาพตับให้กลับมาดีขึ้นได้ด้วยการลดน้ำหนักลงอย่างน้อยร้อยละ 9 (American Gastroenterological Association)

ภาวะไขมันพอกตับ แบ่งระยะการดำเนินโรคได้เป็น 4 ระยะ ได้แก่
.......  ระยะแรก เป็นระยะมีไขมันก่อตัวอยู่ในเนื้อตับ ซึ่งไม่ได้ก่อให้เกิดผลใด ๆ กล่าวคือ ไม่มีการอักเสบ
หรือพังผืดเกิดขึ้นในตับ
.......  ระยะที่สอง เป็นระยะที่เริ่มมีอาการอักเสบของตับ ในระยะนี้หากไม่ควบคุมดูแลให้ดี และปล่อยให้การอักเสบดำเนินไปเรื่อย ๆ เกินกว่า 6 เดือนกลายเป็นตับอักเสบเรื้อรัง
.......  ระยะที่สาม การอักเสบรุนแรง ก่อให้เกิดพังผืดในตับ เซลล์ตับค่อย ๆ ถูกทำลายลง
.......  ระยะที่สี่ เซลล์ตับถูกทำลายไปมาก ตับไม่อาจทำงานได้ตามปกติอีกต่อไป ตับแข็ง และอาจกลายเป็นมะเร็งตับ

ทำไมเป็นโรคนี้แล้วตายเร็ว
“เนื่องจากโรคตับนั้นเป็นโรคที่มีการดำเนินโรคค่อนข้างช้า กล่าวคือ เมื่อเกิดภาวะไขมันพอกตับแล้ว ไม่ใช่ว่าใช้เวลาแค่ 1 หรือ 2 ปีจะเกิดปัญหา ต้องใช้เวลานานกว่าโรคจะดำเนินไปอีกขั้น เช่น หากมีปัญหาตับอักเสบติดต่อกันนานเกินกว่า 6 เดือน จัดว่าเป็นโรคตับอักเสบเรื้อรัง และกว่าที่จะพัฒนาต่อไปเป็นโรคตับแข็งขั้นที่ 1 ก็อาจใช้เวลาเป็น 10 ปี แล้วจึงค่อยพัฒนาต่อไปเป็นขั้นที่ 2 และ 3 ซึ่งก็จะมีอาการบ่งชี้เพิ่มเติม คือ อาการตัวเหลือง ตาเหลือง มีน้ำในท้องมากขึ้น จนถึงระยะสุดท้ายคือความรู้สึกตัวลดลง อันนี้แสดงให้เห็นว่าประสิทธิภาพของตับแย่ลง”

สาเหตุของโรคนี้
สำหรับสาเหตุอื่น ๆ ที่นอกเหนือจากเมตาโบลิกซินโดรม ไขมันในเลือดสูง เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ได้แก่ การรับประทานยาบางชนิด ซึ่งอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้มีไขมันมาพอกตับมากขึ้น อาทิ ยากลุ่มเสตียรอยด์ ยากลุ่มที่เป็นฮอร์โมนทดแทน เป็นต้น

การวินิจฉัย
อาการเตือนของโรคไขมันพอกตับ
โดยทั่วไปเมื่อเกิดภาวะไขมันพอกตับขึ้นมา ส่วนมากแล้วจะไม่มีอาการทางร่างกายแต่อย่างใด หรืออาจมีอาการแต่เป็นอาการที่ไม่เฉพาะเจาะจงมากพอที่จะบ่งบอกโรคได้

“ไม่ใช่ว่าผู้ป่วยทุกรายจะมีอาการ บางรายมีอาการเล็ก ๆ น้อย ๆ แทบไม่เป็นที่สังเกต เช่น อ่อนเพลีย คลื่นไส้ เล็กน้อย ตึง ๆ บริเวณใต้ชายโครงขวา ตอนนี้ถ้าตรวจเลือดดูจะพบว่าเอนไซม์ตับผิดปกติ ซึ่งแสดงถึงภาวะตับอักเสบ และเนื่องจากภาวะไขมันพอกตับนี้แทบจะไม่มีอาการ ผู้ป่วยส่วนมากมักจะพบความผิดปกติเมื่อมารับการตรวจสุขภาพประจำปี”
นอกจากการตรวจเลือดซึ่งจะทำให้แพทย์ทราบถึงระดับน้ำตาล ไขมัน และค่าเอนไซม์ของตับแล้ว การวินิจฉัยภาวะไขมันพอกตับยังสามารถทำได้โดยการตรวจอัลตร้าซาวด์ ตรวจคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า รวมทั้งการเจาะชิ้นเนื้อตับมาตรวจ ซึ่งจะช่วยประเมินความรุนแรงของโรคได้

การรักษา

แม้ความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับตับจะมีการดำเนินโรคค่อนข้างช้า แต่การตรวจพบความผิดปกติตั้งแต่ระยะแรกเริ่มก็เป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง เช่นเดียวกับการให้การรักษาที่ถูกต้องแก่ผู้ป่วย เป้าหมายของการรักษาอยู่ที่การลดไขมันสะสมและลดการอักเสบของตับในรายที่มีการอักเสบร่วมด้วย เพื่อหยุดยั้งการดำเนินโรคต่อไป

“แม้ว่าแพทย์จะพบการอักเสบของตับจากการตรวจเลือด และพบภาวะไขมันพอกตับจากการทำอัลตร้าซาวด์ แพทย์จะยังไม่สรุปว่าการอักเสบของตับเป็นผลโดยตรงจากภาวะไขมันพอกตับจนกว่าจะตรวจสอบเพื่อหาสาเหตุอื่น ๆ ที่เป็นไปได้อีก อาทิ ไวรัสตับอักเสบ โรคภูมิคุ้มกันทำลายตัวเอง
หรือโรคที่มีเหล็กและทองแดงสะสมในร่างกายมากเกินไป หรือการที่ผู้ป่วยรับประทานยาที่มีผลต่อตับ เช่น พวกอาหารเสริม ยาสมุนไพรบางชนิด ซึ่งเมื่อหยุดยาเหล่านี้แล้วการอักเสบของตับอาจหายไปเองก็เป็นได้ แม้ผู้ป่วยจะยังมีไขมันพอกตับอยู่”

แนวทางการรักษา

“ผู้ป่วยที่มีไขมันในตับแต่ไม่ได้มีตับอักเสบก็ไม่จำเป็นต้องรับประทานยา เพียงลดน้ำหนัก ออกกำลังกาย ลดอาหารหวาน อาหารมัน อย่ารับประทานแป้งมาก ไขมันในตับก็จะลดลงไปได้” พญ.วิภากร อธิบาย “ส่วนมากผู้ป่วยที่มาพบหมอ และได้รับคำแนะนำให้กลับไปลดน้ำหนักนั้นจะทำไม่ค่อยได้

หมอจึงต้องให้ยาช่วยซึ่งมีอยู่หลายกลุ่ม เช่น ยากลุ่มที่ช่วยเรื่องเบาหวานและลดไขมันในตับร่วมกันซึ่งไม่เหมือนกับยาเบาหวานทั่วไป หรือผู้ป่วยที่มีปัญหาเรื่องความดันโลหิตสูงก็ต้องได้รับยาที่ช่วยเรื่องความดันโลหิตสูงที่ช่วยลดไขมันในตับด้วย เช่นเดียวกับผู้ที่มีปัญหาเรื่องไขมันในเลือด แต่จะให้ดีที่สุดก็คือ ลดอาหารหวาน ลดอาหารมัน และออกกำลังกายค่ะ”

ลดความเสี่ยง ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม

ด้วยความปารถนาดี จากบียอนด์ มากิพลัส wi.th/maquiplus

บียอน มากิ พลัส สุดยอดเครื่องดื่มแอนดี้ออกซิแดนท์จากซุปเปอร์ฟรุทและเบอรี่เข้มข้มเพื่อ "เลือดสะอาด ตับแข็งแรง" จากยูนิลีเวอร์ ประเทศไทย


บียอนด์ มากิ พลัส ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารชนิดน้ำ มีส่วนผสมจากเบอร์รี่ 12 ชนิด ที่คัดสรรมาอย่างดีจาก 9 ประเทศทั่วโลก มีทั้ง มากิเบอร์รี่ อาร์ติโช้ค โกจิเบอร์รี่ แครนเบอร์รี่ อะเซโรล่าเชอร์รี่ องุ่นแดงและสารสกัดเมล็ดองุ่น โช้คเบอร์รี่ อาซาอิเบอร์รี่ แอปเปิ้ล สตรอเบอร์รี่ ราสเบอร์รี่ และเชอร์รี่



3 องครักษ์พิทักษ์ตับ มากิเบอรี่ + อาร์ติโช๊ค + โกจิเบอรี่

  • ชะลอความเสื่อมของตับ ผักผลไม้ 3 ชนิดนี้ มีสาร ‪#‎แอนตี้ออกซิแดนท์‬ สูง ผสานฤทธิ์ต้านสารอนุมูลอิสระในเลือดที่นำไปสู่ตับและอวัยวะต่างๆ ตับจึงถูกทำลายน้อยลง นอกจากนี้ยัง ส่งเสริมการสร้างเซลล์ตับ ด้วย
  • ส่งเสริมการขจัดสารพิษของตับ ตับสุขภาพดีเพราะเสริมสร้างเอนไซม์ที่ดีในตับ ปกป้องตับ ช่วยเร่งการขจัดสารพิษได้ดีขึ้น
  • ลดความเสี่ยงของโรคตับ : ตับอักเสบ ไขมันเกาะตับ มะเร็งตับ
  • เมื่อตับสุขภาพดี ตับสามารถสร้างพลังงานให้ร้างกายได้ดีขึ้น จึงส่งผลให้สุขภาพองค์รวมดีขึ้นด้วย




เลือดสะอาด ตับแข็งแรง ยืนยันผลลัพธ์สุขภาพจากงานวิจัย Pingtung University (scientist)
ให้อาสาสมัครที่ทำร้ายตับ คือ สูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ทุกวัน ดื่ม "มากิพลัส" เพิ่มวันละ 4 ช็อท (เช้า 2 ช็อท+เย็น 2 ช็อท) นาน 3 เดือน พบว่า

  • เอนไซม์ต้านอนุมูลอิสระ Glutathione Reductase ในเลือด (up) เพิ่มสูงขึ้น ถึง 3 เท่า นั่นหมายถึง การขจัดสารพิษอนุมูลอิสระที่มากขึ้นและเร็วขึ้นด้วย 
  • ช่วย (down) ลดสารพิษ MDA (MalonDiAldehyde) ในเลือดที่เกิดจากเซลล์ถูกอนุมูลอิสระทำลายได้มากถึง 51%
  • ยิ่งไปกว่านั้นยัง (up) เพิ่ม กลูต้าไธโอนสารต้านอนุมูลอิสระจำเป็นตามธรรมชาติที่ช่วยปกป้องตับได้สูงขึ้นถึง 246%
  • ผลรวมสุขภาพคือ ค่า SGPT ตัวบ่งชี้ตับบาดเจ็บ (down) ลดลงถึง 14% ซึ่งหมายถึง ตับปกป้องตัวเอง ฟื้นตัวได้ดีขึ้นนั่นเอง 


ประสบการณ์ของผู้ดื่มบียอน มากิ พลัส



ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจากผู้ดื่มบียอนด์ มากิ พลัส เพิ่มเติมคลิก  iCare iShare
ความภาคภูมิใจของ บียอนด์ มากิพลัส และบียอนด์ ไลฟ์เซนเชียล ที่ได้รับการพิสูจน์และยอมรับในระดับโลก เชิงการแพทย์ เมื่อ beyonde MAQUI PLUS+ และ beyonde Life Sential จาก Unilever Network ได้รับเกียรติให้ตีพิมพ์ลงในหนังสือ PDR 2016 ฉบับครบรอบ 70 ปี (Physicians' Desk Reference) Edition 70th Annivesary

ซึ่งเป็นหนังสือที่วงการแพทย์ทั่วโลกใช้เป็นแหล่งอ้างอิงในการค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับยา เเละผลิตภัณฑ์ที่มีการออกฤทธิ์เชิงยา (รักษาโรคได้) เเละต้องผ่านการวิจัยมานานหลายปี ผ่านการรับรองจาก FDA ของสหรัฐ ฯ โดย PDR จะรวบรวมข้อมูลจากทั่วทุกมุมโลก และมีการอัพเดทข้อมูลใหม่ทุกปี

จึงมั่นใจได้ว่า beyonde MAQUI PLUS+ และ beyonde Life Sential มีความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพสูงสุดเป็น ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมที่ดีที่สุดของยุคนี้จริงๆ



  
 

ราคาคู่ละ 3300 บาท (2 ขวด) (รวมค่าส่ง) บริการเก็บเงินปลายทางเมื่อรับสินค้าแล้ว
สั่งซื้อ โทร/ไลน์ 0631456493
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
นวัตกรรมโมเดลธุรกิจที่บวกจุดเด่นของช่องทาง OFFLINE และ ONLINE เข้ากับ NETWORK MARKETING สู่โมเดลธุรกิจ OMNI CONNECT ที่มอบประสบการณ์ใหม่ของการช้อปและแชร์
ที่เดียว!! นำเสนอรูปแบบธุรกิจออนไลน์ใหม่ ไม่ต้องเช่าเว็บ ไม่เก็บค่าแฟรนไชส์ ไม่วุ่นวายกับการจัดส่งของให้ลูกค้า สะสมเครือข่ายได้ทั้งแบบ OFFLINE และ ONLINE จากทุกประเทศเครือข่าย

ข้อมูลเพิ่มเติม wi.th/unilevernetwork
Call/line  0631456493

การดูแลสุขภาพของตนเองอย่างต่อเนื่องตั้งแต่วัยรุ่น วัยทำงาน วัยสูงอายุ มีความสำคัญมากๆ


การดูแลสุขภาพของตนเองอย่างต่อเนื่องตั้งแต่วัยรุ่น วัยทำงาน วัยสูงอายุ มีความสำคัญมาก 
                  ขณะนี้พบว่าชาวโลกรวมทั้งชาวไทยมีอายุยืนยาว กว่าเดิม คือปี พ.ศ.๒๕๓๘ ประเทศไทยมีผู้สูงอายุ ร้อยละ ๘.๑ อีก ๑๐ ปีต่อมาคือ พ.ศ.๒๕๔๘ มีผู้สูงอายุร้อยละ ๑๐.๑๗ และประเมินว่าปี พ.ศ.๒๕๕๓ จะมีผู้สูงอายุร้อยละ ๑๑.๓๖ ขณะนี้ ร้อยละ ๒๐ ของผู้สูงอายุอยู่คนเดียว ที่สำคัญร้อยละ ๘๐ ของผู้สูงอายุต้องทำงานเพื่อตนเองหรือครอบครัว อีก ๑๕ ปี (พ.ศ.๒๕๖๕) ผู้สูงอายุจะมีจำนวนมาก กว่าผู้ที่มีอายุต่ำกว่า ๑๕ ปี 
                  ประเด็นมีอยู่ว่า ถ้ามีผู้สูงอายุมากกว่ากลุ่มวัยทำงานจะมีปัญหาแก่สังคม เพราะคนกลุ่มน้อยจะต้องรับภาระดูแลคนกลุ่มใหญ่ 

อายุยืนขึ้น อตราตายลดลง
                   ประชาชนอายุยืนยาวขึ้นเพราะความก้าวหน้าทาง การแพทย์ เช่น ผู้หญิงมีอายุเฉลี่ย ๗๓ ปี ผู้ชาย ๗๑ ปี และมีแนวโน้มจะมีอายุยืนยาวขึ้น แต่อัตราการเกิดลดลงเนื่องมาจากการคุมกำเนิด เด็กวัยรุ่นขณะนี้มีโอกาสอายุยืนถึง ๘๐ กว่าปี 
                   ประเด็นมีอยู่ว่า ถ้ามีอายุยืนยาวถึง ๘๐-๙๐ ปี จะต้องสูงอายุอย่างมีคุณภาพ ยังสามารถเดินเหินไปไหนมาไหนด้วยตนเองได้ ยังมีความสุขกับการกินอาหาร   ไปเที่ยวนอกบ้าน อาจไปตีกอล์ฟกับเพื่อนรุ่นราวคราวเดียวกัน หรือกับลูกหลานได้ ต้องไม่สูงอายุอย่างมีปัญหาทางสุขภาพ คือเดินเหินไม่ได้ ต้องมีคนช่วยเข็น พยุง หรือต้องนอนอยู่บนเตียงตลอดเวลา
                    ร่างกายคนเรามีเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา กล่าวคือ หลอดเลือดทั่วร่างกายจะค่อยๆ ตีบทีละเล็กละน้อย จนเมื่อมีอายุมากขึ้น เช่นเมื่ออายุ ๔๐-๕๐ ปี เป็นต้นไป หลอดเลือดอาจตีบมากถึงร้อยละ ๗๐-๘๐ ของเส้นผ่าศูนย์กลาง และหลอดเลือดที่ตีบนี้อาจปริและแตก ทำให้มีปฏิกิริยาจนเกิดการอุดตันของหลอดเลือด ซึ่งถ้าเป็นหลอดเลือดของหัวใจหรือสมองก็จะทำให้เป็นโรคหัวใจขาดเลือด อัมพฤกษ์ อัมพาตได้
                   นอกจากนั้น เมื่อสูงอายุขึ้น เอ็น เอ็นข้อต่อ กล้ามเนื้อ กระดูกจะค่อยๆ เสื่อมสภาพลงตั้งแต่อายุประมาณ ๓๐ ปี อัตราการเผาผลาญของร่างกายลดน้อยลง ทำให้ปริมาณและสัดส่วนไขมันในร่างกายเพิ่มขึ้น ถ้ากินอาหารมากเท่าเดิม นั่นคืออายุ ๔๐ ปี ถ้ายังกินอาหารเท่าเดิม ออกกำลังกายเท่าเดิม โดยเฉลี่ยจะมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นปีละครึ่งกิโลกรัมต่อปี 
                   สายตา หู ฟัน เสื่อมลง ความทนต่อน้ำตาลกลูโคส ลดลง มีโอกาสเป็นเบาหวานเมื่อสูงอายุขึ้น ความดันเลือด และไขมันในเลือดจะสูงขึ้น เสี่ยงต่อกระดูกพรุน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสุภาพสตรีที่ประจำเดือนหมด กระดูกงอกบริเวณหัวกระดูกของข้อ ท้องผูก การทำงานของ    ไตลดลง กินอาหารน้อยลง มวลกล้ามเนื้อและกำลังกล้ามเนื้อลดลง สมองฝ่อ หลงลืม เป็นต้น
คนไทยตายจากโรคอะไร
                     โรคที่ทำให้คนไทยเสียชีวิตมากที่สุด ๓ อันดับแรกที่ผลัดกันเป็นสาเหตุนำ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๓๑ จนถึงปี พ.ศ. ๒๕๕๐ ต่อประชากร ๑ แสนคน คือโรคหัวใจและหลอดเลือด อุบัติเหตุและสารเป็นพิษ โรคมะเร็ง
                     นอกจากนี้ โรคที่พบได้บ่อยในผู้สูงอายุคือ อัมพาต ความดันเลือดสูง ไขมันในเลือดสูง อ้วน เบาหวาน สมองเสื่อม การหกล้มและกระดูกหัก เป็นต้น 
เนื่องจากโรคหัวใจและหลอดเลือดเป็นกลุ่มโรคที่ทำให้คนไทยเสียชีวิตมากที่สุดเป็นอันดับต้นๆ จึงขอพิจารณาดูโรคหลอดเลือดหัวใจตีบและอุดตัน ซึ่งเป็นโรค ที่สำคัญที่สุดโรคหนึ่งในกลุ่มโรคหัวใจ ว่ามีความเป็นมาอย่างไร 
                     ความจริงหลอดเลือดหัวใจค่อยๆ ตีบมาตั้งแต่เราเกิด! แต่เนื่องจากยังตีบไม่มากจึงยังไม่มีอาการ เพราะมักมีอาการเมื่อหลอดเลือดตีบมาก เช่น หลอดเลือดบางหลอดอาจต้องตีบถึงร้อยละ ๕๐-๘๐ ก่อนที่จะมีอาการ ฉะนั้น อย่ารอจนมีอาการ เพราะถึงไม่มีอาการหลอดเลือดก็ตีบบ้างแล้ว ควรเริ่มต้นปฏิบัติตนเอง หาช่องทางที่จะทำให้หลอดเลือดไม่ตีบเพิ่มขึ้น ทำให้หายตีบ หรือทำให้หัวใจสร้างหลอดเลือดใหม่ (สร้างทาง "เบี่ยง")  
                    ปัจจัยเสี่ยงต่อการเป็นโรคหลอดเลือด (ทั่วร่างกาย โดยเฉพาะหัวใจและสมอง) หัวใจตีบและอุดตันคือ กรรมพันธุ์ เพศชาย อายุ บุหรี่ เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง ความดันเลือดสูง ความอ้วน ไม่ออกกำลังกาย อุปนิสัย
                   เกี่ยวกับกรรมพันธุ์ช่วยไม่ได้ แต่สามารถหาทางป้องกันได้ไม่มากก็น้อย เพศชายจะเป็นโรคนี้มากกว่าเพศหญิง แต่เฉพาะในช่วงที่เพศหญิงยังมีประจำเดือนเท่านั้น ส่วนโรคนี้จะพบมากขึ้นในผู้สูงอายุ  เพราะเรื่องของกรรมพันธุ์ เพศชายและอายุ เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ผ่อนหนักเป็นเบาได้ 
                   สำหรับ บุหรี่ เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง ความดันเลือดสูง ความอ้วน ไม่ออกกำลังกาย อุปนิสัย สามารถป้องกันได้ทั้งนั้น ไม่มากก็น้อย ด้วยการกินอาหาร ออกกำลังกายที่ถูกต้อง อย่างสม่ำเสมอ ไม่สูบบุหรี่ และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและนิสัยตนเองให้เหมาะสม
ขอบคุณภาพ/เนื้อหา โดยมูลนิธิหมอชาวบ้าน http://bit.ly/1oX77UD

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


🍇 มากิ พลัส (Maqui Plus) "สุดยอดเครื่องดื่มแอนตี้ออกซิแดนซ์" ด้วยส่วนประกอบที่คัดสรรพันธ์ุ และเกรดที่ดีที่สุดในโลก 12 ชนิด มารวมตัวกันอย่างกลมกล่อม อร่อย ดี มีประโยชน์ มีอะไรบ้างลองมาดูกัน
🍇มากิ เบอร์รี่ ( Maqui berry) จากชิลี ได้รับสมญานามว่า "ราชาแห่งสารต้านอนุมูลอิสระ" จึงช่วยปกป้องตับจากสารพิษอนุมูลอิสระ ช่วยต้านความเสื่อมแห่งวัย ต้านการเกิดเซลล์มะเร็ง ต้านการอักเสบสาเหตุของโรคต่างๆ
🌳อาร์ติโช๊ค (Artichocke) จากฝรั่งเศส ช่วยส่งเสริมสุขภาพตับ โดยเสริมการดีท๊อกซ์ขจัดสารพิษ และยับยั้งคอเลสเตอรอลชนิดเลว LDL จึงลดความเสี่ยงของตับอักเสบและไขมันเกาะตับ
🍒โกจิ เบอร์รี่ (Goji berry) จากจีน ช่วยลดความเสี่ยงของโรคตับ โดยส่งเสริมการสร้างเซลล์ใหม่ของตับ
🍒อาซาอิ เบอร์รี่ (Acai berry) จากบราซิล มีประสิทธิภาพในการต้านอนุมูลอิสระ ทั้งช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด ต้านการอักเสบ และเสริมภูมิต้านทาน
🍒อะเซโรล่าเชอรี่ (Acerola cherry) จากอเมริกา ซึ่งมีสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ ช่วยให้ผิวพรรณดูสดใส
🍇องุ่นแดง และสารสกัดจากเมล็ดองุ่น (Red grape & Grape seed extract) จากสเปน อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ส่งเสริมสุขภาพหลอดเลือด หัวใจ โดยลดความดันโลหิต ลดคอเลสเตอรอล LDL
🍒โช้ค เบอร์รี่ (Chokeberry) จากออสเตรเลีย มีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดความดัน คอเลสเตอรอล และระดับน้ำตาลในเลือด รวมทั้งกำจัดอนุมูลอิสระในตับ
🍒แครนเบอร์รี่ (Cranberry) จากอเมริกา มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง ช่วยลดการติดเชื้อในกระเพาะปัสสาวะ และช่วยลดความเสี่ยงโรคหัวใจ มะเร็ง ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ลดคอเลสเตอรอล
🍒ราสเบอร์รี่ (Rasberry) จากไต้หวัน มีวิตามิน แร่ธาตุ และไฟเบอร์สูง รวมทั้งมีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยป้องกันโรคมะเร็ง โรคอ้วน หัวใจ ความเสื่อมของตา
🍏แอปเปิ้ล (Apple) จากอิสราเอล ช่วยลดระดับไขมัน และคอเลสเตอรอล ลดความเสี่ยงโรคหัวใจ และมีสารต้านอนุมูลอิสระช่วยต้านมะเร็ง
🍓สตรอเบอร์รี่ (Strawberry) จากอิสราเอล ช่วยต้านอนุมูลอิสระในเลือด ช่วยลดระดับไขมัน และลดคอเลสเตอรอล ลดความเสี่ยงของโรคหลอดเลือดหัวใจ และมะเร็ง
🍒เชอร์รี่ (Cherry) จากอิสราเอล มีสารต้านอนุมูลอิสระ และมี "เมลาโทนิน(Melatonin) ซึ่งเป็นสารสื่อประสาททึ่ช่วยให้นอนหลับง่าย สนิท และพบว่าช่วยลดการอักเสบได้ดี จึงลดความเสี่ยงต่อโรคเก๊าท์ มะเร็ง โรคหัวใจ

สนใจผลิตภัณฑ์/สมัครสมาชิก โทร 088 113 1319, 098 147 0084
หรือสั่งซื้อผ่าน www.lazada.co.th/avianceshop ระบุ Promo Code : TH3095999 ในช่อง add a coupon เพื่อรับส่วนลด 25%

อยากเปลี่ยนหลักรายได้ ลองอ่านดูครับ !!


ถ้าวันนี้คุณหาเงินได้สองหมื่นต่อเดือน
แล้วอยากได้เพิ่มเป็นสามหมื่นต่อเดือน
คุณแค่ขยันขึ้น หรือไม่ก็ย้ายที่ทำงาน
ก็น่าจะได้แล้ว

แต่ถ้าคุณจะหาเงินให้ได้หนึ่งแสนต่อเดือน
คราวนี้ล่ะ ที่คุณไม่อาจใช้กลยุทธ์แบบเดิมได้

พูดง่าย ๆ ว่าการ "เปลี่ยนหลัก" นั้นต้อง "เปลี่ยนแผน"
คุณต้องเล่นเกมใหม่ ใช้ความรู้เดิม ๆ ไม่ได้แล้ว
คุณต้องเปลี่ยนวิธีคิด เปลี่ยนวิธีทำ
เปลี่ยนสังคมรอบตัว เปลี่ยนชุดความรู้ใหม่หมด

เมื่อก่อนผมไม่เข้าใจเรื่องนี้
คิดว่า "ความขยัน" อย่างเดียว
จะนำพาเราไปได้ด้วยกัน ไปได้ไกล

แต่ความจริงคือ ไม่ใช่!
"ฉลาด" แล้วต้อง "เฉลียว" ด้วยว่าวิธีการเดิมยังเวิร์คมั้ย?

ขี่จักรยานอาจเหมาะกับช่วงหนึ่ง
แต่หลังจากนั้นเราต้องหัดขับรถยนต์
และในกรณีที่คุณอยากไปไกลกว่านั้นอีก
ขับเครื่องบินคือเป้าหมายถัดไปที่คุณต้องฝึก

วันที่รายได้ของผม "เปลี่ยนหลัก"
ผมรู้เลยว่าเป็นเพราะผมต้องฝึกสิ่งต่าง ๆ มากมาย
ทำอะไรที่ไม่เคยทำ กลัว ไม่มั่นใจ หวาดหวั่น
ขมในปาก อยากถอยกลับ ไม่น่าเลยกู

แต่พอผ่านมาได้แล้ว รู้สึกภูมิใจในตัวเองมาก
ขอบคุณตัวเองที่กล้าก้าวไปข้างหน้า

บางคนอ่านมาถึงตรงนี้
อาจจะคิดว่า โอ๊ย จะรวยกันไปทำไมมากมาย
เห็นมั้ยไม่รู้จักพอ ก็เลยต้องมาทุกข์แบบนี้

ก็แล้วแต่ครับ เอาที่สบายใจ
แต่ในมุมผม ผมแค่อยากจะบอกว่า
"รายได้เปลี่ยนหลัก" นั้นไม่สำคัญเท่ากับ "เราที่เปลี่ยนแปลง"

เมื่อเราต้องทำสิ่งใหม่ ๆ มันจะยากจนอยากถอยกลับ
แต่อะไรที่ไม่ทำให้เราตาย ในที่สุดมันจะทำให้เราโต
ส่วนเรื่องของรายได้ เป็นเหมือนหลักไมล์ให้จับต้องได้มากกว่า

ถ้าอยากมีรายได้เพิ่มขึ้น 10 เท่า
ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าคุณต้องเก่งขึ้นอีก 10 เท่า
นั่นก็นับว่าดีแค่ไหนแล้วที่เราพัฒนาตัวเองให้เก่งขึ้น

ส่วนเงินนั้นมันจะตามมาเอง เพราะเงินจะไหลไปหาคนเก่ง
แล้วถ้าคุณไม่อยากได้เงิน ค่อยเอาไปช่วยเหลือคนอื่นก็ได้
ถ้าเงินไม่สำคัญกับคุณ มีคนอีกมากมายที่เงินสำคัญกับเขา
แต่อย่าอ้างว่าไม่อยากก้าวหน้าเพราะไม่อยากได้เงิน

สำหรับคนที่อยาก "เปลี่ยนหลัก" ของรายได้
จากหมื่นเป็นแสน หรือจากแสนเป็นล้าน
จึงต้องหาวิธีการใหม่ ๆ แผนเดิมมันใช้ไม่ได้ครับ
ยิ่งยุคนี้ แผนปีที่แล้ว ก็ใช้กับปีนี้ไม่ได้
และแผนปีนี้ ก็ใช้กับปีหน้าไม่ได้
เพราะโลกมันหมุนเร็วมาก

หนังสะติ๊กยิงได้สูงระดับหนึ่ง
แต่ถ้าอยากยิงสูงกว่านั้น
ต้องไม่ใช่การปรับปรุงหนังสะติ๊กให้ยิงได้สูงขึ้น
แต่ต้องยิงจรวดครับ
อยากรวยเปลี่ยนหลัก ต้องรักที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเอง
แล้วโลกจะตอบแทนกลับมาให้คุณอย่างสาสม
เชื่อผมสิ

================
Cr. บอย วิสูตร แสงอรุณเลิศ
ติดตามอ่านบทความย้อนหลังได้ที่
www.boywisoot.com

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------


“Unilever” เปิดมิติใหม่ทางธุรกิจ ส่ง “Unilever Network” ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์สมบูรณ์แบบ เปิดโอกาสให้คนไทยทุกคน เข้าร่วมเป็นเจ้าของธุรกิจ ด้วยการลงทุนต่ำแต่สามารถขยายธุรกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศ ด้วยระบบการทำงานที่สมบูรณ์แบบ เตรียมไว้ให้คุณขยายธุรกิจอย่างไร้ขีดจำกัด เปิดรับลงทะเบียนแล้ววันนี้เพียง 600 บาทเท่านั้น

ข้อมูลเพิ่มเติม http://goo.gl/vaSyQJ
ลงทะเบียนเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติม http://goo.gl/forms/rDberT4xsQ
โทร/ไลน์ 0631456493